สมัยเด็กที่ยังไร้เดียงสา เชื่อว่าทุกคนเคยมีความฝัน
ฝันอยากได้โน่นได้นี่ ฝันอยากไปโน่นไปนี่ และฝันอยากเป็นโน่นเป็นนี่
เคยฝันอยากเป็นคุณหมอใจดี — แต่ดันเลือกเรียนสายพาณิชย์เพราะเบื่อโรงเรียนชายล้วน
เคยฝันอยากเป็นนักบิน — แต่ดันพบว่าตัวเองสายตาสั้นมากจนเกินเยียวยา และเลซิกซ์ก็มาช้าไป
เคยฝันอยากเป็นทหาร — แต่ดันไม่ชอบทำตามคำสั่งใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อต้านการลงโทษแบบเหมาหมู่ทั้งที่ตัวเองไม่ผิด แม้จะรู้ว่าจำเป็นต่อการปฏิบัติงานเป็นทีมก็ตาม
เคยฝันอยากเป็นนักฟุตบอล — แต่ดันใส่แว่น และกลัวแว่นแตก ขี้เกียจเสียเงินซื้อใหม่
เคยฝันอยากเป็นนายกรัฐมนตรี — แต่ดันเจอความจริงว่า การเมืองเป็นเรื่องที่สกปรกและเลวร้ายที่สุดในบรรดาทุกอาชีพ
เคยฝันอะไรอีกมากมายสมัยเด็ก .. และจำได้ว่าช่วงนั้นไม่เคยมีคำว่า “แต่”
บางครั้งก็เบื่อชีวิตตอนโต และย้อนคิดไปถึงถ้อยคำที่มีคนพร่ำบอกตลอดมาว่า ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วจะรู้ว่าไม่สบาย และจะอยากกลับเป็นเด็กอีกครั้ง แม้จะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์สารพัดของพ่อแม่ก็ตาม
แต่อย่างน้อยก็ยังได้ฝัน และนึกยิ้มได้หลายวันเสมือนความฝันนั้นเป็นความจริง
จินตนาการในยามเด็กเป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขตไร้ข้อจำกัด และความไร้เดียงสาทำให้มองไม่เห็นอุปสรรคต่างๆ
โลกแห่งความจริงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่การอยู่ในโลกแห่งความจริงตลอดเวลา ก็ทำให้เหนื่อยเกินรับในหลายครั้ง
นึกฝันอยากทำอะไรในวัยที่ตรรกะและเหตุผลถูกใช้เป็นปราการกลั่นกรองชีวิตของตัวเอง ก็มักจะพบแต่คำว่า “แต่” เสมอไป
อยากทำโน่น แต่คงไม่ได้
อยากเป็นนั่น แต่คงไม่ไหว
อยากปลดบางชิ้นส่วนในใจถอดวางไว้ในบางเวลา เพื่อให้กลับไปมี “ความฝัน” และมี “ความสุข” ได้เหมือนยามไร้เดียงสาซะเหลือเกิน









Twitter Updates

Written by iced.grande.tea
Topics: life