ถ้าเลือกอาชีพได้ หนึ่งในอาชีพที่ผมไม่อยากเข้าไปสัมผัสและผูกมัดตัวเองอยู่ด้วยก็คือ อาชีพใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการโทรทัศน์
ถามว่า เงินดีมั้ย? — ดีมาก
ส่วนใหญ่แล้วถ้ารายการไปรอด ก็ยิ้มกันตั้งแต่ตากล้อง พิธีกร โปรดิวเซอร์ ไปจนถึงเจ้าของรายการ
แต่ความน่ากลัวของวงการโทรทัศน์ก็คือ ความเสี่ยงในการตกงาน ที่จะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ไม่ทราบได้ และโดยมากจะรู้ตัวล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน
ไม่แปลกที่บัตรเครดิตมักจะถูกปล่อยออกมาให้กับคนในวงการนี้ค่อนข้างน้อย แม้จะดูเหมือนว่ามีเงินเดือนประจำก็ตาม
บางช่องบางสถานีเซ็นสัญญากันเพียงแค่หนึ่งหรือสามเดือน แล้วค่อยว่ากันอีกที บางแห่งก็ลงกันยาวเป็นปี ซึ่งทุกครั้งที่ถึงช่วงปลายทาง พนักงานแต่ละคนก็ต้องมานั่งลุ้นชะตากรรมกันแบบไม่เป็นอันทำงาน
ผมเคยหลุดจากวงการโทรทัศน์ไป 1 ปีเต็มๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ..
โชคดีที่ไม่ได้กระทบอะไรมาก เพราะพอร์ตรายได้ถูกจัดสรรให้กระจายออกไปในหลายสาขาอาชีพ จะประสบภาวะเศรษฐกิจไม่ดีแค่ไหน ก็ยังมีรายได้ทางอื่นเข้ามาพยุงอยู่ตลอดเวลา
สิ้นปีนี้ก็เช่นกัน — โชคดีที่ปีหน้ารายการโทรทัศน์ที่จ่ายเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องผมอยู่ ได้ต่ออายุอีกหนึ่งปี ก็เรียกว่าการันตีรายได้ไปอีก 12 เดือน แล้วค่อยมาลุ้นกันใหม่
วงการนี้ผลประโยชน์เยอะมาก จึงไม่แปลกที่มีทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่วิ่งเต้นกันอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้มาซึ่งเวลาในการออกอากาศ และแน่นอนว่ามีทั้งคนสมหวังและผิดหวัง
ไม่ต้องแปลกใจ ที่รายการดีๆ พิธีกรดังๆ อยู่ดีๆ ก็หลุดโผไปอย่างน่าตกใจ
มันไม่ใช่แค่เรื่องของคุณภาพของรายการ — แต่มันยังมีอีกสารพัดประเด็นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถ้าอยากมีชีวิตที่มั่นคง ก็จงหลีกให้ไกลจากวงการนี้
แต่ถ้าเป็นคนแนว high risk, high return .. อยากจะลองสัมผัสความตื่นเต้นเหมือนที่หลายๆ คนกำลังพัวพันอยู่ ก็ไม่ว่าอะไร ..









Twitter Updates

พึ่งเข้ามาอ่านข้อความนี้…
แสดงว่าได้ดูรายการไปอีก 1 ปี ทุกวันเสาร์
ถ้าไม่ได้ไปไหน..เพราะเป็นวันที่ร้านหยุดครึ่งวัน..แล้วแต่บ่ายหรือเช้า
ส่วนพ่อน้องเต็มเค้าดู..แบไต๋ไฮเทค
ดูซะจนน้องเต็มร้องเพลงรายการได้แล้ว …